2008/Feb/08

 

เป็นเรื่องยากที่จะเสาะหาทิศทางแห่งมรรถวิถี  ฉันเคยสดับรับฟังจากคนใกล้ชิดว่าจุดหมายปลายทางของการดำรงอยู่ในตัวตนของเขาในชาติภพนี้คือ เดินสู่มรรถวิถีแห่งการหลุดพ้น  หรือหมายถึงนฤพานในบั้นปลาย

ปัญญาญาณแห่งการหลุดพ้นในเรื่องหนึ่งเรื่องใดที่ยึดติดคือจุดเริ่มต้นแห่งวิถีอิสรภาพ  อิสระจากความคิด  อิสระจากสิ่งที่ยึดติด อิสระจนเกิดความว่าง  และความว่างนำมาซึ่งปัญญาเห็นแจ้งและรู้จริง บ่อยครั้งที่คนเราอยากหลุดพ้นจากพันธนาการที่ผูกมัดและรัดดึงเราไว้ไม่ให้เดินไปข้างหน้า ให้จิตวิญญาณเราเดินอยู่กับที่ไม่มีการเติบโต เป็นชีวิตที่หยุดนิ่งทางจิตวิญญาณหลายคนวนเวียนในความคิดและคิดว่าการตัดใจจากพันธนาการนั้นคืออิสระ แท้จริงแล้วเป็นเพียงอิสระชั่วครั้งคราวมิได้เกิดอิสรภาพอย่างแท้จริงมันเป็นเพียงอิสรภาพบางอย่างที่ต้องพัฒนาสู่การหลุดพ้นอย่างแท้จริงชนิดที่หาบันไดเดินลงไปไม่เจออีกเลย  จิตมัน "หลุด" จากพันธนาการนั้นแล้วอย่างสิ้นเชิง   เมื่อเราหาวิถีหลุดพ้นพันธนาการนั้นได้เราจะเริ่มรู้ว่ามรรควิถีไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและเดียวดาย  มันกลับเป็นความว่าง  เป็นความสว่าง  เป็นความงามแห่งชีวิต  และชีวิตมีคุณค่ามีความเป็นนิรันดร

วิถีแห่งทิศทางนั้นเดินไปทางไหน แบบแผนเป็นอย่างไร  จุดเริ่มต้นคงเกิดจาก "รักและศรัทธา" ในตัวตนของตัวเอง  บทกวีนำผู้คนเดินไปสู่ความงามได้ง่ายกว่าตรรกะและเหตุผล  ยิ่งเรียนรู้ที่จะรักตัวเองและสิ่งรอบข้างยิ่งเป็นหนทางแห่งปัญญา   การรื้อถอนสิ่งที่ยึดติด คือการรื้อและสร้างสิ่งใหม่ที่เจริญกว่าประทับลงในจิตโดยไม่หลงเดินลงไปในซากปรักหักพังเดิม ในทางนั้นปัญญาจะเกิดและความว่างจะเกิดและเราจะไม่หวาดกลัวใน "นฤพาน"  

พันธนาการแห่งความรักคือสิ่งหนึ่งในหลายสิ่งที่ปุถุชนจ่อมจมยึดถือและยึดติด  ปลดปมไม่ออก และเดินขึ้นเดินลงอยู่บนบันไดแห่งพันธนาการ  ข้ออ้างในการเดินลงไปทั้งที่ไม่จรรโลงจิตใจคือบอกตัวเองว่านั่นคือ "ความรัก" นั่นคือ "ใช่"  นั่นคือ "สิ่งที่แท้จริง"  สิ่งจริงแท้ย่อมไม่มีข้อสงสัย หากสิ่งใดทำให้เกิดข้อสงสัยสิ่งนั้นมักเป็นเหตุแห่งทุกข์  หลายคนยินยอมอยู่ในความทุกข์เพราะในทุกข์นั้นยังนำมาซึ่งความสุขแม้เพียงเล็กน้อย แต่ยึดเอาความสุขเพียงเล็กน้อยนั้นเป็นสำคัญมิอาจรู้ว่าจิตวิญญาณกำลังก้าวล่วงเข้าสู่ทางฝ่ายต่ำลง มารู้อีกทีเมื่อไม่เหลือ "ความรักและศรัทธาในตนเอง"  จิตในตอนนี้จึงแสวงหาคำตอบและความจริงแท้และเริ่มเข้าใจว่าที่ผ่านมาคือสุขแบบชั่วคราว  แต่หลงยึดติดว่านั่นคือความสุขที่แท้จริงที่มิอาจจะสูญเสียไป  ความเขลาและความขลาดเกิดขึ้นเมื่อ"หลง"ผิด  ชีวิตจึงหยุดนิ่งและหมดเวลาของชีวิตไปกับการปลอบประโลมจิตใจตัวเอง

มรรถวิถีที่ไร้ทิศทางคือเพียงปล่อยวาง ผ่อนคลาย และปล่อยให้จิตใจเคลื่อนไหวไปสู่การเชื่อมต่อของหัวใจและเหตุผล  ผ่านตัวกลางคือ "ความรัก"  รักในตัวตนและเผื่อล้นสู่ผู้คนอีกมากมาย ไม่มีทิศทางไหนคือหนทางชี้ขาด  มันไม่ถูกกำหนดด้วยทิศทาง แต่มีวิถีทางอยู่ในตัวเอง  พึงตระหนักรู้ในตัวตนของตนเองลึกลงไปมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้นจนสามารถปลดปล่อยพันธการจากเหตุผลหลาย ๆ อย่างของตนเอง  พันธนาการของบางคนมาจาก "ความรัก" จาก "ศรัทธา"  จาก "เหตุผล" หรือแม้แต่จาก "สัญชาตญาณ"  เรียนรู้เหตุแห่งพันธนาการเหล่านั้นและปลดปล่อยตัวเองให้ลอยเหนือสิ่งนั้นจนไม่มีวันที่จะจ่อมจมลงไปได้อีก 

 ชีวิตจึงเกิดความว่าง สว่างและสวยงามเป็นมรรถวิถีที่เป็นปัจเจกของแต่ละคน

 

 

 

 

edit @ 8 Feb 2008 19:11:05 by man in the moon