เป็นเรื่องยากที่จะเสาะหาทิศทางแห่งมรรถวิถี ฉันเคยสดับรับฟังจากคนใกล้ชิดว่าจุดหมายปลายทางของการดำรงอยู่ในตัวตนของเขาในชาติภพนี้คือ เดินสู่มรรถวิถีแห่งการหลุดพ้น หรือหมายถึงนฤพานในบั้นปลาย
ปัญญาญาณแห่งการหลุดพ้นในเรื่องหนึ่งเรื่องใดที่ยึดติดคือจุดเริ่มต้นแห่งวิถีอิสรภาพ อิสระจากความคิด อิสระจากสิ่งที่ยึดติด อิสระจนเกิดความว่าง และความว่างนำมาซึ่งปัญญาเห็นแจ้งและรู้จริง บ่อยครั้งที่คนเราอยากหลุดพ้นจากพันธนาการที่ผูกมัดและรัดดึงเราไว้ไม่ให้เดินไปข้างหน้า ให้จิตวิญญาณเราเดินอยู่กับที่ไม่มีการเติบโต เป็นชีวิตที่หยุดนิ่งทางจิตวิญญาณหลายคนวนเวียนในความคิดและคิดว่าการตัดใจจากพันธนาการนั้นคืออิสระ แท้จริงแล้วเป็นเพียงอิสระชั่วครั้งคราวมิได้เกิดอิสรภาพอย่างแท้จริงมันเป็นเพียงอิสรภาพบางอย่างที่ต้องพัฒนาสู่การหลุดพ้นอย่างแท้จริงชนิดที่หาบันไดเดินลงไปไม่เจออีกเลย จิตมัน "หลุด" จากพันธนาการนั้นแล้วอย่างสิ้นเชิง เมื่อเราหาวิถีหลุดพ้นพันธนาการนั้นได้เราจะเริ่มรู้ว่ามรรควิถีไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและเดียวดาย มันกลับเป็นความว่าง เป็นความสว่าง เป็นความงามแห่งชีวิต และชีวิตมีคุณค่ามีความเป็นนิรันดร
วิถีแห่งทิศทางนั้นเดินไปทางไหน แบบแผนเป็นอย่างไร จุดเริ่มต้นคงเกิดจาก "รักและศรัทธา" ในตัวตนของตัวเอง บทกวีนำผู้คนเดินไปสู่ความงามได้ง่ายกว่าตรรกะและเหตุผล ยิ่งเรียนรู้ที่จะรักตัวเองและสิ่งรอบข้างยิ่งเป็นหนทางแห่งปัญญา การรื้อถอนสิ่งที่ยึดติด คือการรื้อและสร้างสิ่งใหม่ที่เจริญกว่าประทับลงในจิตโดยไม่หลงเดินลงไปในซากปรักหักพังเดิม ในทางนั้นปัญญาจะเกิดและความว่างจะเกิดและเราจะไม่หวาดกลัวใน "นฤพาน"
พันธนาการแห่งความรักคือสิ่งหนึ่งในหลายสิ่งที่ปุถุชนจ่อมจมยึดถือและยึดติด ปลดปมไม่ออก และเดินขึ้นเดินลงอยู่บนบันไดแห่งพันธนาการ ข้ออ้างในการเดินลงไปทั้งที่ไม่จรรโลงจิตใจคือบอกตัวเองว่านั่นคือ "ความรัก" นั่นคือ "ใช่" นั่นคือ "สิ่งที่แท้จริง" สิ่งจริงแท้ย่อมไม่มีข้อสงสัย หากสิ่งใดทำให้เกิดข้อสงสัยสิ่งนั้นมักเป็นเหตุแห่งทุกข์ หลายคนยินยอมอยู่ในความทุกข์เพราะในทุกข์นั้นยังนำมาซึ่งความสุขแม้เพียงเล็กน้อย แต่ยึดเอาความสุขเพียงเล็กน้อยนั้นเป็นสำคัญมิอาจรู้ว่าจิตวิญญาณกำลังก้าวล่วงเข้าสู่ทางฝ่ายต่ำลง มารู้อีกทีเมื่อไม่เหลือ "ความรักและศรัทธาในตนเอง" จิตในตอนนี้จึงแสวงหาคำตอบและความจริงแท้และเริ่มเข้าใจว่าที่ผ่านมาคือสุขแบบชั่วคราว แต่หลงยึดติดว่านั่นคือความสุขที่แท้จริงที่มิอาจจะสูญเสียไป ความเขลาและความขลาดเกิดขึ้นเมื่อ"หลง"ผิด ชีวิตจึงหยุดนิ่งและหมดเวลาของชีวิตไปกับการปลอบประโลมจิตใจตัวเอง
มรรถวิถีที่ไร้ทิศทางคือเพียงปล่อยวาง ผ่อนคลาย และปล่อยให้จิตใจเคลื่อนไหวไปสู่การเชื่อมต่อของหัวใจและเหตุผล ผ่านตัวกลางคือ "ความรัก" รักในตัวตนและเผื่อล้นสู่ผู้คนอีกมากมาย ไม่มีทิศทางไหนคือหนทางชี้ขาด มันไม่ถูกกำหนดด้วยทิศทาง แต่มีวิถีทางอยู่ในตัวเอง พึงตระหนักรู้ในตัวตนของตนเองลึกลงไปมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้นจนสามารถปลดปล่อยพันธการจากเหตุผลหลาย ๆ อย่างของตนเอง พันธนาการของบางคนมาจาก "ความรัก" จาก "ศรัทธา" จาก "เหตุผล" หรือแม้แต่จาก "สัญชาตญาณ" เรียนรู้เหตุแห่งพันธนาการเหล่านั้นและปลดปล่อยตัวเองให้ลอยเหนือสิ่งนั้นจนไม่มีวันที่จะจ่อมจมลงไปได้อีก
ชีวิตจึงเกิดความว่าง สว่างและสวยงามเป็นมรรถวิถีที่เป็นปัจเจกของแต่ละคน
edit @ 8 Feb 2008 19:11:05 by man in the moon